Best Colorful Festivals

 

 

Galungan ( Bali Indonesia )

 

มกราคม : เทศกาลนี้ฉลองกันยาวนานถึง 10 วัน เป็นเทศกาลแห่งวันที่เทพมาเยือนโลก ชาวบาหลีจะฉลองกันด้วย ดนตรี ขบวนแห่ และการเต้นรำ โดยจัดขึ้นตามโบสถ์ต่าง ๆ

 

 


Camel Wrestling ( Turkey )

 

มกราคม : ใครจะเชื่อว่ามีเทศกาลมวยปล้ำอูฐด้วย นี่เป็นเทศกาลมวยปล้ำอูฐจริง ๆ นะ ไม่ใช่คนปล้ำ จัดขึ้นที่เมือง Selcuk ใกล้กับเมือง Ephesus ซึ่งอยู่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นเทศกาลที่มีสีสันอย่างมากอีกเทศกาลหนึ่ง



Viareggio Carnival ( Italy )

 

มกราคม / กุมภาพันธ์ : เทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่ ‘ บ้า ' ที่สุดของอิตาลีก็ว่าได้ เป็นเทศกาลที่มีพาเหรดผู้คนแต่งตัวแปลก ๆ แถมยังเชิดหุ่นตัวใหญ่กันเต็มถนนอีกด้วย ตามมาด้วยดอกไม้ไฟในยามค่ำคืน ถือเป็นวันพิเศษจริง ๆ

 

Bikaner Camel Festival (Rajastan India )

 

มกราคม : อีกหนึ่งเทศกาลอูฐ แต่คราวนี้ไม่ปล้ำกัน เป็นเทศกาลที่รวมอูฐมากที่สุดของทะเลทรายแห่งแคว้นราชสถานของอินเดียเลยทีเดียว งานนี้มีทั้งการซื้อ-ขาย และมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีสีสัน ตั้งแต่การประกวดความงามของอูฐ รวมไปถึงการเต้นรำ ดอกไม้ไฟและดนตรี

 

 


Venice Carnival

 

มกราคม / กุมภาพันธ์ : คาร์นิวัลที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี ผู้คนจะแต่งตัวออกมาเดินพาเหรดกันด้วยเสื้อผ้าตระการตา มีงานบอลล์ปิดท้ายด้วย

 

Carnival de Quebec ( Quebec Canada )

 

มกราคม / กุมภาพันธ์ : คาร์นิวัลใหญ่ของแคนาดา งานนี้หลากสีสัน เพราะไม่ได้มีแค่ธีมปาร์ตี้เท่านั้น แต่ยังหนาวจัดด้วย จึงมีรูปสลักน้ำแข็งและกีฬาฤดูหนาวหลายอย่างร่วมด้วย

 


Sitges Carniva (Sitges Spain )

 

กุมภาพันธ์ : เทศกาลที่เกย์ที่สุดและสนุกที่สุดของสเปน

 

Carnival ( Brazil , Salvador , Trinidad )

 

กุมภาพันธ์ : ใครมีสตางค์มากพอจะไปเที่ยวอเมริกาใต้ อย่าลืมแวะไปช่วงเดือนนี้ เพราะมีคาร์นิวัลให้เลือกเพียบ ตั้งแต่ของเมืองริวเดจาเนโรในบราซิล จนถึงเมืองซัลวาดอร์ ( อยู่ในบราซิลเหมือนกัน ) และที่ตรินิแดด สุดเหวี่ยงทั้ง 3 ที่

 

 

Winterlude Festival ( Ottawa Canada )

 

กุมภาพันธ์ : อำลาฤดูหนาวกับแคนาดาด้วยเทศกาลนี้ มีทั้งพาเหรด เต้นรำ การแข่งขันในหิมะ ทั้งการแกะสลักน้ำแข็ง เล่นเลื่อนและอื่น ๆ อีก แต่ที่เจ๋งสุด ๆ ก็คือการเล่นสเกตไปในคลอง Rideau ที่ยาวถึง 7 เมตร

Sapporo Snow Festival ( Sapporo Japan )

 

กุมภาพันธ์ : พลาดไม่ได้กับเทศกาลหิมะที่ใหญ่โตมโหฬาร และเป็นข่าวไปทั่วโลกทุก ๆ ปี จัดขึ้นที่เมืองในเกาะฮอกไกโด นอกจากหิมะแล้ว งานนี้ยังมีทั้งนำพุร้อนและสาเกอุ่น ๆ ให้คุณได้ลิ้มลองด้วย

 

Desert Festival (Jaisalmer Rajastan India )

 

กุมภาพันธ์ : เทศกาลทะเลทรายของราชสถานงานนี้จัดขึ้นที่เมืองจายซาลเมอร์ เป็นงานที่โรแมนติกสุด ๆ เพราะจัดกันใต้แสงจันทร์วันเพ็ญ เรียกว่าเป็นฟูลมูนปาร์ตี้ฉบับอินตะระเดียก็คงได้ มีตั้งแต่เต้นรำ ดนตรี ไปจนถึงการประกวดและขี่อูฐ

 

Omizutori Festival ( Nara Japan )

 

มีนาคม : เทศกาลเก่าแก่กว่า 1,200 ปี เทศกาลนี้พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะเต็มไปด้วยสีสัน ยิ่งใหญ่ตระการตา โดยเฉพาะขบวนแห่ในวันสุดท้ายของเทศกาล จัดกันที่วัด Todaiji ในนารา

 

Holi ( Kathmandu Nepal )

 

มีนาคม : นี่เป็นเทศกาลสำคัญของชาวเนปาลและของอินเดียด้วย ( ของอินเดียจัดที่ Jaipur) คำแปลของ Holi ก็คือ Festival of Colour หรือเทศกาลแห่งสีสัน จริง ๆ แล้ว คล้าย ๆ สงกรานต์ แต่ว่าทุกคนจะสาดกันด้วยสีแทนน้ำ งานนี้จึงมีสีสันที่สุดในโลก

 

Cherry Blossom Time ( Japan )

 

มีนาคม : เทศกาลดอกซากุระบาน เป็นเทศกาลที่สีสวยทีเดียว กับสีของดอกซากุระ ที่ดูดีที่สุดก็คือในโตเกียว ที่สวนอูเอโนะ หรือไม่ก็ที่สุสานเอโอยามา แต่ในที่อื่น ๆ ก็มีเช่นกัน เพราะซากุระบานทั่วญี่ปุ่น

 

La Feria de Abril ( Seville Spain )

 

เมษายน : เทศกาลนี้แปลว่า April Fair เป็นงานฉลองสนุกสุด ๆ ของเซวิลล์ มีปาร์ตี้ พาเหรด การเต้นรำ อื่น ๆ อีกเพียบ !

 

Water Spalshing Festival (Jinghong Yunnan China )

 

เมษายน : ถ้าเบื่อสงกรานต์เมืองไทยแล้ว ลองไปสงกรานต์เมืองจีนดูบ้าง ( จะได้หายเบื่อ !) เป็นเทศกาลสาดน้ำของชาวไตหรือไทนั่นแหละ ( ที่จริงเป็นเทศกาลเดียวกันนั่นเอง ) แต่ของเขาจะมีการแข่งเรือมังกร ดอกไม้ไฟ และการเต้นรำด้วย

Thrissur Pooram (Thrissur Kerala India )

 

เมษายน : เทศกาลนี้มีสีสันแน่ เพราะเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟ แต่นอกจากนี้แล้ว ยังมีขบวนแห่ช้างโดยตกแต่งและแต่งตัวให้ช้างกันอย่างอลังการอีกต่างหาก

 

Sennin Gyoretsu ( Nikko Japan )

 

พฤษภาคม : เทศกาลพาเหรดครั้งใหญ่ของญี่ปุ่น งานนี้มีการแต่งตัวแบบซามูไร เกอิชา และนักเต้นรำแบบญี่ปุ่น จัดขึ้นในวิหารที่แสนสวยของเมืองนิกโกะ ซึ่งเป็นเมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อนและน้ำตก

Fes Sacred Music Festival ( Fes Morocco )

 

พฤษภาคม / มิถุนายน : เทศกาลดนตรีที่สุดจะเอ็กซอติกของโมร็อกโก งานนี้ไม่ได้มีแต่ดนตรี ทว่ามีทุกอย่าง ตั้งแต่เต้นรำแบบเดอร์วิชของตุรกี กอสเปลแบบฮาเล็มในนิวยอร์ก เพลงของซูฟี เพลงร้องแบบทิเบต โนห์แบบญี่ปุ่น เพลงสวดอเมริกัน

Kirkpinar Oiled Wrestling Festival ( Edirne Turkey )

 

มิถุนายน : เทศกาลมวยปล้ำของตุรกี จะมีการทำน้ำมันบนตัวจนมันปลาบ มีหนุ่ม ๆ มาปล้ำกันมากกว่า 1 ,000 คน

 

Rath Yatra (Puri India )

 

มิถุนายน : Puri เป็นเมืองแห่งพระกฤษณะ เทศกาลนี้คือเทศกาลราชรถที่จะมีการยาตรากัน โดยการที่เหล่านักแสวงบุญลากจูงรถไปไกลถึง 15 กิโลเมตรรอบเมือง

 

F**k Parade ( Berlin Germany )

 

กรกฎาคม : เทศกาลที่ ‘ บ้า ' ที่สุดของเยอรมนี ( ดูแค่ชื่อก็รู้แล้ว ) งานนี้มีตั้งแต่พาเหรดไปจนถึงดนตรี แต่เป็นเทศกาลที่มีนัยทางการเมืองสูงมาก

 

 

 

Fiesta del Fuego ( Santiago Cuba )

 

กรกฎาคม / สิงหาคม : เทศกาลคาร์นิวัลของคิวบา จัดขึ้นที่เมืองซานดิเอโก เมืองที่สวยแจ่มของคิวบา คุณก็รู้ว่าคิวบานั้นเต็มไปด้วยสีสันขนาดไหน

Los Sanfermines ( Pamplona Spain )

 

กรกฎาคม : เทศกาลวิ่งวัวของสเปน งานนี้คุณคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว

 

 

Calgary Stampede ( Calgary Canada )

 

กรกฎาคม : งานโรดีโอที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา จัดกันนานถึง 10 วัน งานนี้เต็มไปด้วยสีสันจริง ๆ เพราะเมืองคาลการีนั้น ได้ชื่อว่าเป็น Cow Town หรือเมืองวัว ไม่ได้มีแค่โรดีโอ แต่มีทั้งพาเหรดและการแสดงดนตรีคันทรี

 

 

Giyon Matsuri ( Kyoto Japan )

กรกฎาคม : กิองนั้นเป็นย่านเก่าแก่ของเกียวโต อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่น งานนี้เป็นงานฉลองที่มีรถขบวนที่เรียกว่า Yamaboko Parade อันสวยงามอลังการ

 

 

 

La Tomatina (Bunyol Valencia Sapin)

 

สิงหาคม : งานนี้หลากสีสันแน่ เพราะเป็นเทศกาลปามะเขือเทศ 25 ตันเข้าใส่กัน เป็นงานที่ใหญ่โตและไม่น่าเชื่อที่สุดในโลก

 

 

Burning Man ( Nevada USA )

 

สิงหาคม / กันยายน : เทศกาลศิลปะที่ไม่เหมือนใครที่สุดในโลก เป็นเทศกาลนาน 1 สัปดาห์ที่เหล่าศิลปินจะมาชุมนุมกัน เป็นเทศกาลที่จะทำให้มองเห็นตัวตนและเปลี่ยนชีวิตได้เลย

 

 

Dasain ( Nepal )

 

ตุลาคม : เทศกาลนี้จัดกันหลายแห่ง ทั้งในกาฐมาณฑุ บักตาปูร์ และปาทาน จัดนาน 10 วัน แต่ทุกแห่งเหมือนกัน คือมีการบูชายัญด้วยสัตว์ ส่วนใหญ่เป็นแพะ รวมทั้งมีการเต้นรำและการเล่นว่าวด้วย

Dias de los Muertos ( Mexico )

ตุลาคม / พฤศจิกายน : เทศกาลนี้มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Days of the Dead ซึ่งพ้องกับวันฮาลโล-วีน พอดี จัดกันที่ Michoacan และ Oaxaca ในเม็กซิโก มีพิธีต่าง ๆ หลายอย่างเพื่อเชื่อมต่อกับคนตาย ตั้งแต่การแต่งตัวในชุดแปลก ๆ การตกแต่งหลุมศพ การทำหัวกะโหลกจากน้ำตาล และการสร้างรูปสลักจากทราย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการเข้าสุสานในตอนกลางคืนด้วย

 

 

   
Copyright 2005
Developed by S-One Technology Co.,Ltd.
Use of this site constitutes acceptance of our User Agreement and Privacy Policy. © All rights reserved.
The material on this site may not be reproduced, distributed, transmitted, cached or otherwise
used, except with the prior written permission.