บุกบ้านนีโม่  ชมโลกใต้ทะเล  ที่เกาะรอก

 
เกาะรอก  เป็นเกาะที่เงียบสงบมุมหนึ่งของทะเลกระบี่  อาจจะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูนัก  แต่มีชายหาดที่ขาวละเอียดเนียนนุ่มเหมือนแป้ง  ความขาวของทรายว่าไปแล้วะเป็นรองแต่เพียงเกะสิมิลัน น้ำที่นี่ใสปิ้ง  ปลาการณ์ตูนส้มเหลืองเยอะที่สุดเท่าที่เห็นมา  ความเงียบสงบบนเกาะเป็นสิ่งที่น่าประทับใจทั้งนี้เพราะเกาะรอกยังไม่ค่อยคุ้นหูนักท่องเที่ยวชาวไทยจึงทำให้มีนักท่องเที่ยวไปค้างบนเกาะกันน้อย  ดังนั้นธรรมชาติบนเกาะจึงยังคงความงดงาม  เงียบสงบและสะอาดมาก

                การเดินทางไปเกาะรอกที่สะดวกมี 2 เส้นทาง  จากเกาะลันตา  จังหวัดกระบี่  ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร และจากท่าเรือปากเมง จังหวัดตรัง ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตรเรือไปเกาะรอกยังไม่มีเรือโดยสารให้บริการ ผู้ที่จะไปจะต้องเช่าเหมาลำไปมีทั้งเรือเร็ว Speed Boat และเรือหางยาวสามารถซื้อแพคเก็จทัวร์แบบ Day trip  เช้าไป-เย็นกลับ แต่พวกเราเลือกที่จะค้างคืนบนเกาะรอก  เกือบๆแปดโมงเราออกมาทานอหารเช้ากัน  มื้อนี้เป็น American Breakfast ทานเสร็จก็เตรียมตัวแบกสัมภาระเดินลงไปหน้าหาดของเกาะลันตาเตรียมลงเรือ่อไป  อุปกรณ์ที่เรานำมาเองจะมี  หนากากดำน้ำตื้น และตีนกบหรือฟิน ช่วงเก้าโมงเช้าอย่างนี้มีกรุ๊ปนักท่อเที่ยวไปดำน้ำหลายกรุ๊ปเลย Speed Boat บ้างเรือหางยาวบ้าง

                เอ้า..เตรียมลงเรือกันได้แล้ว  เรือหางยาวแล่นออกจากเกาะลันตา  เสียงเรือกระทบผิวน้ำดังตับๆๆ  วิ่งฝ่าคลื่นทะเลกระบี่มาเรื่อยเกือบๆ ชั่วโมงครึ่งเรือหางยาวเราก็แล่นใกล้เข้ามายังเกาะรอกแล้ว อีกม่นานคงจะได้เห็นน้ำทะเลใสๆ ที่นั่น  จะเห็นว่าเกาะด้านซ้ายมือคือ เกาะรอกใน และเกาะด้านขวามือคือ เกาะรอกนอก ซึ่งตอนแรกผมจำมาสลับกัน  จนต้องรอคอนเฟิร์มจากพี่คนเรืออีกครั้ง

                เห็นไกลๆ คิดว่าสองเกาะห่างกันไม่มาก แต่ที่ไหนได้ห่างกันพอประมาณเลย  ในที่สุดก็มาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา  หน่วยเกาะรอกนอก  ใช้เวลาเดินทางจากเกาะมุกประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง  ด้านซ้ายมือก็คือจุดกางเต็นท์ของเราคืนนี้แหล่ะ  กรุ๊ปเราโชคดีที่ได้เต็นท์ 3 หลัง ติดกับชายหาด  เรียกได้ว่าไม่มีอะไรมาขวางกั้นระหว่างเต็นท์กับวิวสวยๆของน้ำทะเลเลย  น้ำทะเลใสกิ๊กสีฟ้า กับท้องฟ้าสีครามเข้ม

                จุดแรกที่เรือพาไปดำน้ำก็คือหน้าหาดเกาะรอกนอกออกจากหาดไปประมาณ 30-40 เมตร  หาอยู่นานกว่าจะเจอนีโม่  น้ำค่อนข้างขุ่น  ภาพเลยไม่ชัดเท่าไปไหร่  ที่นี่จะเจอปลาการ์ตูนส้มขาว  สิ่งที่ตามมาในทริปนี้ที่ซุกซอนอยู่กับดอกไม้ทะเล   เราเจอปลาดาวชนิดต่างๆ อยู่มากมาย

                ต่อจากนั้นเรือก็แล่นไปยังจุดที่ 2 เป็นจุดที่อยู่ระหว่างรอกนอกและรอกใน มาถึงก็ลงดำน้ำเลย  สีสันหนอนพู่ฉัตรที่อยู่บนก้อนหินแถวนี้สวยจริงๆ  ที่จุดนี้มีปลาเยอะแยะหลากหลายมาก  ผมชอบปลาแปลกๆอยู่ตัวหนึ่งเพราะที่หัวมีสีสันแปลกๆ ว่ายน้ำไม่กลัวคนด้วย  บางตัวก็ปากจู๋ๆ แก้มป่องๆ น่ารักดี  แต่จำชื่อไม่ได้แล้ว


                บริเวณแถวนี้มีปะการังหักเยอะแยะ เหมือนกัน  ไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากสึนามิหรือเปล่า  ว่ายไปว่ายมายังงงตัวเองอยู่ว่าว่ายอยู่ในตู้ปลาหรือเปล่า ว่ายไปว่ายมายังงงตัวเองอยู่ว่าว่ายอยู่ในตู้หรือเปล่า  เพราะปลาเยอะมากๆ เจอปลาตัวยาวอีกแล้ว  เรียกว่า “ปลาปากขลุ่ย”  ครั้งแรกเจอที่เกาะราวี  ปลานกแก้ว  ก็ว่ายมาเล่นด้วย  อีกทั้ง ปลาการ์ตูนลายปล้อง (Clark’s Anemonefish)  ก็มีเหมือนกับที่หลีเป๊ะนั่นเอง  สักพักผมได้เจอ นีโม่ตัวแรก ของจุดดำน้ำจุดที่ 2 แล้ว ค่อยๆ โผล่ออกมาเจ้านีโม่น้อย  ปลาตัวนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่มีจุดวงกลมสีเหลืองเกือบๆถึงครีบหาง

                จุดดำน้ำจุดที่ 2 นี้มีนีโม่ไม่เยอะเท่าไหร่  แต่ก็พอที่จะเก็บรูปมาฝากได้  ต่อจากนั้นก็ไปจังจุดดำน้ำจุดที่ 3 ซึ่งอยู่รอบเกาะรอกใน  ลงไปก็เจอเจ้านี่เลย  หอยมือเสือ  นีโม่ที่จุดนี้เท่าที่เห็นมีอยู่ 2 กอตามดอกไม้ทะเล  อยู่กันเป็นครอบครัวเลยครับ น่ารักดี  เวลาถ่ายรูปนีโม่มา  ดำไปสักพัก  คนข้างๆ ก็ตะโกนเรียกให้มาดู  ปลาปักเป้า  ตัวลายพร้อย  ที่จุดนี้คลื่นออกจะแรงไปนิด  เห็นได้จากดอกไม้ทะเลปลิวไสว  ในที่สุดก็เจอเจ้านี่จนได้ ปลาปักเป้าหน้าหมา  ครับ  ดำผิวน้ำไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับหนอนพู่ฉัตร  อีกแบบใกล้ๆบ้าง สีสันแสบดีจัง

                และแล้วเรือก็ขับวนรอบเกาะรอกในมาที่จุดสุดท้ายจุดที่ 4 ที่จุดนี้ปะการังใกล้กับผิวน้ำมากๆ พวกเราเลยไม่ใส่พิน  กลัวไปโดนปะการังเอา  ที่นี่เจอปลาไม่เยอะเหมือนจุดก่อนๆ และไม่ค่อยเจอเจ้าปลาตัวยาวๆ ปลาปากขลุ่ย 2 ตัวที่ว่ายน้ำขนานกันมา หอยมือเสือแบบใกล้ๆ ซึ่งแทบจะเอามือไปสัมผัสได้เลย

                หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการดำน้ำแบบ Snaorkel  เราก็กลับมาที่ชายหาดจุดกางเต็นท์อีกครั้ง  อาบน้ำเสร็จก็มานั่งที่โต๊ะไม้คุยกันเพื่อรออาหารเย้นจากทัวร์  มือเย็นวัยนี้ก็เป็นอาหารทะเล  มีปลาหมึก ปู  แกงส้ม และปลาเก๋าจากที่ไกด์ทัวร์ได้ตกมาสดๆ อร่อยไปตามๆกัน  และที่นี่เราได้เจอกับพรายทะเลครั้งแรก แปลกจริงๆ  เวลาคลื่นซัดมาจะเป็นจุดๆ สีฟ้า ถามไกด์ๆ บอกว่าเป็นฟอสฟอรัสชนิดหนึ่งเสียดายที่กล้องเมมหมดเลยไม่ได้ถ่ายมาดู  คืนนี้เราเข้านอนที่เต็นท์ประมาณ 3 ทุ่ม  เข้าไปก็ร้อนเลย  รู้อยู่แล้วว่านอนเต็นท์ที่ทะเลมันร้อนมาก  มีประสบการณ์มาจากสิมิลันจนหลับบ้างไม่หลับบ้าง  ดีที่ตอนดึกใกล้สว่างมีฝนตกลงมาพอคลายร้อนไปบ้าง
 
               ตอนเช้าตื่นมาท่ามกลางอากาศแจ่มใส  ทานข้าวต้มกาแฟแบบไม่มีคอฟฟี่เมต และขนมปังทาน้ำพริกเผา  ไม่นานก็ต้องอำลาเกาะรอกไปแล้ว  ใช้เวลาเดินทางกลับจากเกาะรอกประมาณ 2 ชม.  ก็ถึงท่าเรือปากเมง  ประมาณ 10.30 น.มื้อสุดท้ายของทัวร์คือร้านขนมจีนชื่อดังของเมืองตรัง  หลังจากนั้นทัวร์ก็ไปส่งพวกเราที่ออฟฟิศรับเบอร์ทรีทัวร์ที่ใช้บริการครั้งนี้  ซึ่งพวกเราได้จอดรถไว้บริเวณนั้นพอดี
 
               เป็นอันว่าทริป 2 วัน 1 คืน ที่หมู่เกาะทะเลตรังและเกาะรอกได้สร้างความประทับใจทางธรรมชาติอันสวยงามทางทะเลไว้กับเรามิใช่น้อย  ดังที่มีคนว่ากันว่า  สิ่งที่อยู่ไกลๆไปยากๆ นั้น  มักจะแลกมาด้วยความสวยงาม  สงบ  ซึ่งพิสูจน์แล้วก็เป็นจริงกับเกาะรอกนี้  สำหรับช่วงนี้ใกล้หน้าร้อนมาแล้ว  ใครยังไม่มีแพลนจะไปไหน  ทะเลตรัง  และเกาะรอกน่าสนใจอยู่ไม่น้อย  ไปก่อนที่จะฮิตติดลมบนเหมือนอย่างรุ่นพี่เฉกเช่น สิมิลัน หลีเป๊ะ

ที่มาข้อมูล: T.G.I
ที่มาภาพ
: นาย ยาว ThaiDphoto.com)
   
Copyright 2005
Developed by S-One Technology Co.,Ltd.
Use of this site constitutes acceptance of our User Agreement and Privacy Policy. © All rights reserved.
The material on this site may not be reproduced, distributed, transmitted, cached or otherwise
used, except with the prior written permission.