| 1. ค่า Percent Body Fat
ใครอ้วนไม่อ้วน ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปก็ตรวจกันง่ายๆ โดยเอามือบีบจับชั้นไขมันที่พุง ถ้าบีบแล้วได้ชั้นหนาๆ แสดงว่าอ้วนลงพุงแต่ถ้าบีบได้ชั้นบางๆ ก็ไม่อ้วน ไม่ลงพุง ในทำนองเดียวกัน ทางการแพทย์ก็มีการวัดความหนาของชั้นไขมันเช่นกัน แต่เวลาวัดปริมาณไขมันต้องให้ดูเท่ต่างจากชาวบ้านหน่อย แทนที่จะใช้มือคีบหน้าท้องก็หันมาใช้เครื่องคาลิเปอร์วัดความหนาของชั้นไขมันให้มันเป็นมาตรฐานแทน
คาลิเปอร์ : Calipers
ลักษณะเหมือนคีมขนาดใหญ่ที่ออกแบบแรงกดมาโดยเฉพาะให้การคีบจับเพื่อวัดความหนาของชั้นไขมันเป็นไปอย่างเที่ยงตรง
และเนื่องจากเวลาที่คนเราอ้วน ไขมันไม่ได้พอกพูนอยู่แต่ที่ท้องเท่านั้น แต่พอกอยู่ตามต้นแขน ท้องแขน ตรงสะบัก และท้ายสุดตรงลำตัว การวัดชั้นไขมันในทางการแพทย์จึงต้องทำ 3 -4 จุด เมื่อวัดความหนาของชั้นไขมันโดยรวมได้แล้วก็เอาไปเทียบกับตารางมาตรฐาน ก็จะได้ค่าประมาณอย่างหยาบๆ ของ % Body fat ออกมา ค่าปกติของ % Body fat คือ
ผู้ชาย 12-20.9%
ผู้หญิง 17-27.9%
ค่า % Body fat ที่ได้เมื่อนำมาประเมินร่วมกันกับค่า BMI ก็จะรู้ได้ว่าหุ่นของคุณเป็นอย่างไร สมมุติว่า
น้องนัท สูง 163 cm. หนัก 55 kg. BMI 20.70 มีค่า % Body fat 18 เมื่อมองภายนอกคนจะบอกว่า “หุ่นดี สมส่วน”
น้องเนย สูง 163 cm. หนัก 55 kg. BMI 20.70 มีค่า % Body fat 26 เมื่อมองจากภายนอก คนจะบอกว่า “หุ่นใช้ได้นะ”
คนจะมองน้องนัทและน้องเนยรูปร่างต่างกัน ทั้งๆที่ BMI เท่ากันทั้งนี้เพราะ % body fat ของคนทั้ง 2 ไม่เท่ากัน |
|
2. ขนาดเส้นรอบวงต้นแขน ต้นขา
ถ้าความหนาของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Skin fold) แสดงถึงปริมาณไขมันในร่างกาย การวัดเส้นรอบวงของต้นแขน ก็เป็นตัวบ่บอกถึงปริมาณกล้ามเนื้ออย่างคร่าวๆ ของคนคนหนึ่งได้ แต่ไม่ค่อยดีนัก
3.ขนาดเส้นรอบเอว
สัดส่วนของเส้นรอบวงรอบเอว ต่อเส้นรอบวงสะโพก ก็เป็นอีกตัวเลขหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะนอกจากจะบ่งบอกถึงรูปร่างของคนคนหนึ่งว่าดีหรือไม่แล้ว ยังบ่งบอกถึงความเสี่ยงของโรคในกลุ่มของหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย นั่นคือถ้าใครแขนใหญ่ มักจะไม่สัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหัวใจ แต่อย่าลงพุงก็แล้วกัน เพราะเส้นรอบเอวที่ใหญ่ขึ้นสัมพันธ์กับมันเปลวที่อยู่ในช่องท้อง แล้วไอ้ไขมันชนิดนี้นี่และที่มักเป็นปัญหาอุดตันเส้นเลือดทำให้เป็นโรคต่างๆ ตามมาได้ง่าย
เมื่อเราทราบหลักเกณฑ์การประเมินแล้ว ก็คงจะประเมินตัวเองได้แล้วว่าเราอ้วนหรือผอมแค่ไหน ถ้าสมส่วนก็ดีไป แต่ถ้าอ้วนล้วจะทำยังไงต่อกันดี ขอบอกก่อนเลยว่า การลดน้ำหนักที่มั่นคง ถาวรและปลอดภัยที่สุดนั้นหนีไม่พ้นการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายแน่นอน
|