ในความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน การมีปัญหาในการรับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ไม่แปลกอะไรที่เราจูนคลื่นการให้และการรับยังไม่เจอกัน ถ้ามองโลกในแง่ดีอาการอย่างนี้ทำให้ชีวิตรักมีสีสันขึ้น แม้จะไม่หวาน ออกจะขมๆ ฝาดๆ ไปหน่อย จะได้ไม่เลี่ยนเกินไป ที่สำคัญ ถ้าความรู้สึกว่า เราไม่ได้รับสิ่งที่เราอยากได้นำไปสู่การพยายามที่จะแก้ปัญหาความสัมพันธ์ให้ลงตัวยิ่งดีใหญ่ เหมือนเวลาที่เริ่มรักกันใหม่ๆ แล้วเกิดอาการมุมานะจะต่อยอดความรักให้งอกงามให้ได
|
|
|
วันนี้...วันอะไรเอ่ย
ถ้าถูกถามด้วยคำถามนี้ คงต้องใช้หลักการเดาดีๆ ว่า น่าจะเป็นวันเกิด วันครบรอบแต่งงาน หรือวันที่เราเจอกันเป็นครั้งแรก ถ้ามีลูกก็ต้องแถมวันเกิดลูกเข้าไปด้วย ถ้ามีลูกหลายคนเกมตัวเลขนี้คงเล่นยากขึ้นไปอีก สมมติว่า โชคดีตอบถูก อาจถูกถามต่อว่า แล้วมีอะไรเป็นของขวัญล่ะจะไปมีได้อย่างไรก็เพิ่งนึกได้เมื่อตอนที่ถูกถามนี่เอง คราวนี้อาการไม่ได้รับในสิ่งที่อยากได้ก็จะออกอาการสำแดง แต่ปีหนึ่งคงถูกถามด้วยคำถามนี้ไม่กี่ครั้ง ความสำคัญคงไม่ใช่เพราะไม่ได้ของขวัญ แต่ความรู้สึกว่า ไม่ได้รับความสำคัญนี่ซิที่ทำให้ความรู้สึกหั่นไหว การให้และรับความรู้สึกต่อกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าการให้สิ่งที่เห็นเหมือนอย่างแม่ที่ดูแลความสะอาดบ้าน ความสะอาดของเสื้อผ้าสำหรับลูกเป็นอย่างดี กับแม่อีกบ้านที่บ้านอาจจะรกไปหน่อย แต่ใช้เวลาว่างที่เพิ่มขึ้นกับการเล่นกับลูก การได้รับของลูกอาจจะดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้นการได้รับไม่จำเป็นจะต้องเกิดเฉพาะวันพิเศษ แต่การได้รับเกิดขึ้นกับทุกๆ วันที่อยู่ด้วยกัน |
|
ให้โอกาส
การรับที่ดี คือ การให้โอกาส ให้โอกาสตัวเองและให้โอกาสคนที่เรารัก ให้โอกาสตัวเราเองดูแลตัวเองให้มากกว่าต้องการให้เขาทำให้ ให้โอกาสความรักของคนที่เรารักเข้ามาสู่ตัวเรา เพราะถ้าเราไม่เห็น ไม่เข้าใจไม่ยอมรับความรักของเขาอย่างที่เขาอยากจะให้ เราก็ไม่สามารถรับรู้ถึงความรักของเขาได้
ความไม่สามารถรับรู้ว่า คนอื่นรักตน ในขณะที่ยังเรียกร้องจะได้ความรักมากๆ บางครั้งเป็นผลมาจากชีวิตที่ผ่านมา เด็กหลายคนอาจจะโตมาในบ้านที่มีคนทำความสะอาดให้ มีคนทำทุกอย่างให้ แต่ไม่เคยรู้สึกว่า ได้รับความรักเลย การย้อนกลับไปมองชีวิตที่ผ่านมาอาจเป็นสิ่งที่หลายคนไม่อยากทำ เพราะมีหลายสิ่งที่กระตุ้นความรู้สึกไม่สบายใจ แต่หากเราสามารถทำความเข้าใจชีวิตในอดีตของเรา เท่ากับว่า เราทำความเข้าใจตนเองด้วย
นอกจากทำความเข้าใจยังต้องยอมรับว่า เรื่องในวัยเด็กบางเรื่องยังคงมีอิทธิพลต่อความคิดความรู้สึกของเราในปัจจุบัน และอาจทำให้เรามองความสัมพันธ์ในปัจจุบันพร่ามัวไปจากความเป็นจริงด้วย จนกลัวที่จะได้รับความรักจากคนอื่นหรือคู่ของเรา ความกลัวต่อไปนี้ เป็นความกลัวที่เกิดขึ้นในบางคนเวลาที่ได้รับการเอาใจใส่จากคนที่รัก |
|
กลัวว่าเขาจะหยุดรัก เป็นความกลัวว่า วันหนึ่งอีกฝ่ายจะหยุดให้ ทั้งที่วันนี้เขาได้ให้ความรัก ยังคงติดอยู่ว่าวันข้างหน้าเขาจะหมดรักตนเอง เรียกว่าแทนที่จะมีความสุขกับวันนี้ ความกลัวกลับทำให้ทุกข์กับวันนี้ และในที่สุดคู่รักก็หมดความอดทน ทำให้สิ่งที่คิดเป็นจริง แต่เป็นเพราะตัวเองเป็นฝ่ายกระตุ้นให้เป็น เป็นข้อคิดว่า คนเรามักได้ในสิ่งที่คิด ถ้าคิดว่าจะถนอมความรักก็จะได้ความรัก ถ้าเอาแต่คิดว่าเขาจะเลิกรัก ก็จะเกิดอย่างที่คิด
กลัวว่าตนเองจะอ่อนแอลง คนกลุ่มนี้ไม่อยากรู้สึกว่า ตัวเองน่าสงสารที่ต้องเป็นฝ่ายรับ อาจติดอยู่กับอดีต ไม่อยากรู้สึกว่า เป็นฝ่ายต้องยอมตามอีก พยายามทำเป็นไม่สนใจว่าจะมีใครหรือไม่ จึงปฏิเสธการรับทั้งที่ในใจลึกๆ ยังต้องการเป็นฝ่ายรับ สิ่งที่ต้องการเลยหลุดลอยไป เพราะตนเองผลักออกไปเอง
|
|
กลัวว่าเขารักเพราะต้องการเรียกร้องคืน มองความรักเป็นความรักที่มีเงื่อนไข จะได้ความรักก็ต่อเมื่อเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ตามใจคนที่รักเหมือนประสบการณที่ผ่านมาที่กว่าจะได้ความรักจากแม่ต้องทำตัวเองเป็นเด็กดีอย่างที่แม่ต้องการ ทั้งที่ในใจปฏิเสธสิ่งที่ตนเองทำ เวลารับความรู้สึกจึงมักคิดว่า เขาไม่จริงใจ คิดว่าในโลกนี้ไม่มีใครที่ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
กลัวจะผิดหวังเหมือนเดิม เป็นการมองความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเหมือนเดิม ทั้งที่คนรักเปลี่ยนไป ดังนั้น ไม่ว่าตั้งต้นรักใครก็ติดอยู่กับความผิดพลาดของความสัมพันธ์เดิม คำที่มักได้ยินบ่อย “ผู้ชาย (ผู้หญิง) เหมือนกันทั้งโลก” “คุณก็เหมือนกับคนอื่นนั่นแหละ ” แทนที่จะรับความเอาใจใส่กลับกลายเป็นว่า คอยเปรียบเทียบ แถมยังเปรียบเทียบในด้านลบเสียด้วย
|
|
เรียนรู้ที่จะรับ
หากวันนี้ สิ่งที่คุณต้องการจากความรัก คือ ความอบอุ่น ความสุขที่ได้รับ จงก้าวข้ามความกลัวที่รบกวนทำให้คุณไม่สามารถรับความรักจากคู่ของคุณได้ การย้อนไปในอดีตและหาข้อสรุปใหม่ที่ไม่น่ากลัวจะช่วยคุณได้ ถ้าคุณกลัวผิดหวัง กลัวเขาจะหยุดรัก ลองทำใจให้เป็นกลางเข้าใจว่า คนที่เคยทำให้คุณผิดหวัง คนที่หยุดรักคุณ เป็นเพราะอะไร ไม่ว่าเขาจะเป็นพ่อแม่คุณเอง หรือเป็นคนที่เคยรัก บางทีจะได้พบว่า เขาก็มีอดีตเช่นกัน ทำให้เขาไม่เข้าใจความรัก ให้อภัยกับสิ่งที่เขาเคยทำให้คุณรู้สึก ให้โอกาสตนเองเป็นฝ่ายรักตัวเอง และเปิดโอกาสให้คนในปัจจุบันก้าวเขามาในใจคุณอย่างที่เขาเป็น เปิดใจรับเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข คุณจะมีความสุขขึ้นในการรับความรัก
|
|
|
ลองคิดดูว่า หากคุณมีคนรักที่พร้อมจะให้ในสิ่งที่คุณต้องการโดยไม่เคยสงสัย ไม่เคยตั้งคำถาม ไม่เคยปฏิเสธแม้แต่ครั้งเดียว พร้อมที่จะให้ ให้ตลอดเวลา คุณจะมีความสัมพันธ์ที่มีความสุขจริงหรือ หรือในความเป็นจริงมีความสัมพันธ์แบบนั้นด้วยหรือ
คุรอาจพบว่า คุณต้องมีคู่เป็นหุ่นยนตร์ที่มีการโปรแกรมสำเร็จรูปเอาไว้ ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด เช่น ความเชื่อที่ว่า การมีเพศสัมพันธ์เป็นความสุขสุดยอดของผู้ชาย ผู้ชายจะมีความสุขถ้ามีภรรยาที่พร้อมเสมอกับความสัมพันธ์อย่างว่า ไม่เคยปฏิเสธ ไม่เคยเป็นตัวของเอธอเอง แล้วแต่ว่าคุณจะบัญชาให้เป็นอย่างไร เชื่อว่า คำตอน คือ ไม่จริง
คุณอยากจะมีภรรยาที่คุยด้วยเข้าใจ เรียนรู้ที่จะมีความสุขไปด้วยกันมีการตอบสนองด้วยความเอาใจใส่ต่อกัน ให้ความสุขมากกว่าความสุขสั้นๆ ในช่วงถึงจุดสุดยอดมากนัก และอันที่จริงในชีวิตรักยังมีเรื่องที่เรียนรู้ที่จะรับอีกหลายแง่มุม นอกจากเรื่องเพศ |
|
การเรียนรู้ที่จะรับและมีความสุขกับการได้รับ จึงไม่ใช่การตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ให้ในสิ่งที่ต้องการ แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะรับสิ่งที่อีกฝ่ายอยากจะให้ ทำความเข้าใจกับการให้นั้น รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ตนเองเป้นฝ่ายดูแลเอาใจใส่ตัวเองด้วยความสุข แล้วจะพบว่า ความสัมพันธ์ของคุณสองคนราบรื่นขึ้น และทั้งการให้และการรับของทั้งสองคนจะได้ปรับคลื่นเข้าหากันอย่างที่ต้องการโดยไม่ต้องเรียกร้อง |
|
|