เรื่องกฎหมายก่อนจะร่วมหอ

ยังมีเจ้าสาวหลายรายที่อาจจะขอเวลาศึกษากันและกันอีกนิดเพื่อให้แน่ใจเสียก่อนว่าควรจดทะเบียนสมรสดี รึเปล่า เพราะยังสงสัยเรื่องสินส่วนตัวและสินสมรส ว่าแตกต่างกันอย่างไร

สินส่วนตัว และ สิน สมรส
ตามกฎหมายเมืองไทย กำหนดคุณสมบัติของสินส่วนตัวไว้ดังนี้ ถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝากเงินส่วนตัวไว้ก่อนสมรส และต่อมาดอกเบี้ยงอกเงย ให้ถือว่าดอกเบี้ยเป็นสินสมรส คู่สมรสสามารถทำสัญญาก่อนสมรส เพื่อจดแจ้งทรัพย์สินส่วนตัว จะได้ไม่มีปัญหาในภายหน้า แต่ควรจะจดแจ้งข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินนั้นไว้ในทะเบียนสมรสด้วย เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1466 กำหนดไว้ว่า สัญญาก่อนสมรสถือเป็นโมฆะ ถ้ามิได้จดแจ้งข้อตกลงเป็นสัญญาก่อนสมรสไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส หรือมิได้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สมรสและพยานอย่างน้อย สองคน แนบไว้ท้ายทะเบียนสมรส และได้จดไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรสว่าได้มีสัญญานั้นแนบไว้ ซึ่งสัญญานี้จะเปลี่ยนแปลงเพิกถอนไม่ได้ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากศาล

ส่วนสินสมรส คือ ทรัพย์สินที่ได้มาภายหลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรม หรือโดยการให้เป็นหนังสือซึ่งพินัยกรรม หรือหนังสือยกให้ จะต้องระบุว่าเป็นสินสมรส และที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว รวมทั้งทรัพย์สินที่มี เช่น บ้านหรือที่ดิน ที่มีโฉนดที่ดินแสดงกรรมสิทธิ์ ซึ่งถึงแม้ว่าชื่อในโฉนดที่ดินจะมีชื่อของคู่สมรสแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ถ้าหากได้มาภายหลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว ก็ถือว่าเป็นสินสมรสของคู่สมรสที่ไม่มีชื่อในโฉนดที่ดินนั้นด้วย และเมื่อการสมรสสิ้นสุดลงด้วยการหย่า ก็ต้องแบ่งสินสมรสกันคนละครึ่ง
การจดทะเบียนสมรส ตามกฎหมายของประเทศไทย การสมรสจะมีได้เฉพาะเมื่อได้จดทะเบียนสมรสแล้วเท่านั้น


คุณสมบัติของผู้ที่จะจดทะเบียนสมรส คือ
จะต้องมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์แล้ว และต้องนำบิดาและมารดา, บิดาหรือมารดา, ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือผู้  
ปกครอง มาให้ยินยอมด้วย
- กรณีที่มีอายุน้อยกว่า 17 ปีบริบูรณ์ จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลให้ทำการสมรสได้ (โดยมีเหตุอันสมควร)
- ส่วนผู้ที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง
- ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือไร้ความสามารถ
- ไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดามารดา
- ไม่เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่น
- ผู้รับบุตรบุญธรรมจะสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้
- หญิงม่ายจะสมรสใหม่  เมื่อการสมรสครั้งก่อนได้สิ้นสุดไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่ คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น, สมรสกับคู่สมรสเดิม, มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์, ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้

เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนสมรส

- บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้
- สำเนาหนังสือเดินทางรับรองถูกต้องจากสถานกงสุล ในกรณีที่เป็นชาวต่างประเทศ
- หนังสือรับรองสถานภาพบุคคลจากสถานทูต สถานกงสุล หรือ องค์กรของรัฐบาลประเทศนั้นมอบหมาย พร้อมคำแปลเป็นภาษาไทย (กรณีชาวต่างชาติขอจดทะเบียนสมรส)
- สำเนาทะเบียนบ้านรับรองถูกต้องจากทางราชการ

 

ขั้นตอนในการขอจดทะเบียนสมรส

- การจดทะเบียนสมรส สามารถยื่นคำร้องขอจดทะเบียนได้ทุกแห่ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงภูมิลำเนาของคู่สมรส
- คู่สมรสยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือสำนักทะเบียนเขตใดก็ได้ โดยไม่คำนึงถึงภูมิลำเนาของคู่สมรส
- คู่สมรสที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องนำบิดาและมารดาหรือผู้รับบุตรบุญธรรมหรือผู้ปกครองโดยชอบธรรม มาให้ความยินยอม
- ในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่าย เป็นคนต่างด้าว ต้องขอหนังสือรับรองสถานภาพบุคคลจากสถานทูต หรือกงสุลสัญชาติที่ตนสังกัด หนังสือรับรองนั้นต้องแปลเป็นภาษาไทยและมีคำรับรองการแปลถูกต้อง ยื่นพร้อมคำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือสำนักงานเขต

 


ค่าธรรมเนียม
- การจดทะเบียนสมรส ณ สำนักทะเบียนที่จด ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
- การจะทะเบียนสมรสนอกสำนักทะเบียน เก็บค่าธรรมเนียมรายละ 200
บาท ผู้ร้องต้องจัดยานพาหนะ     รับ-ส่ง นายทะเบียนหรือจ่ายค่าพาหนะให้กับนายทะเบียนตามสมควร
- การจดทะเบียนสมรสนอกสำนักทะเบียนในท้องที่ห่างไกล เสียค่าธรรมเนียม 1 บาท

และล่าสุดสาวไทยที่จดทะเบียนแล้ว ก็ยังมีสิทธิ์เลือกที่จะใช้นามสกุลเดิม หรือจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามี หรือจะใช้ทั้งสองนามสกุลก็ได้ ซึ่งนับเป็นการมอบสิทธิ์ในการตัดสินใจให้หญิงไทยเรามากขึ้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณสาวๆแล้วละว่าอยากเลือกแบบไหน การหาข้อมูลเรื่องกฎหมายเอาไว้ นอกจากจะเป็นประโยชน์ ถึงจะไม่ได้ใช้กับตนเอง แต่ก็สามารถให้คำแนะนำผู้อื่น ถือเป็นวิทยาทานที่มีค่า

 

 

 


   
Copyright 2005
Developed by S-One Technology Co.,Ltd.
Use of this site constitutes acceptance of our User Agreement and Privacy Policy. © All rights reserved.
The material on this site may not be reproduced, distributed, transmitted, cached or otherwise
used, except with the prior written permission.