สัญญาสมรสเป็นสัญญาใจ สัญญารักที่หนุ่มสาวต่างดูใจมั่นใจที่ใช้ชีวิตคู่แม้สุขหรือทุกข์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตร่วมใจกันแก้ไข จึงไม่มีกฎเกณฑ์ใดเข้ามากำหนดกะเกณฑ์ถึงขั้นต้องทำสัญญาต่อกัน หากสัญญาใดทำไว้ต่อกันว่าฝ่ายใดเบี้ยวผิดสัญญาฝ่ายนั้นต้องใช้ค่าเสียหายเช่นนี้ สัญญานั้นคือสัญญาอัปยศ ไม่มีกฎหมายบัญญัติขึ้นเพื่อใช้บังคับได้
ต่างกับเรื่องของการหมั้นย่อมเกิดขึ้นได้ตามประเพณีนิยมและเป็นความสมัครใจเช่นกันกฎหมายเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวยอมรับกฎเกณฑ์ทางประเพณีตามใจปรารถนา เพียงแต่กำหนดไว้ว่าการหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น ถือว่าเป็นหลักประกันเกียรติยศที่ชายมอบให้หญิงคนที่เขารักและผูกพัน
|
เมื่อพิธีหมั้นผ่านไปท่ามกลางประจักษ์พยานของทั้งสองฝ่าย กฎหมายถือว่าเมื่อหมั้นแล้วให้ของหมั้นตกเป็นสิทธิแก่ฝ่ายหญิง ถ้าฝ่ายหญิงผิดสัญญาหมั้นให้คืนของหมั้นแก่ฝ่ายชาย และฝ่ายที่ผิดสัญญาหมั้นอาจเป็นชายหรือหญิงก็ได้ อีกฝ่ายมีสิทธิเรียกให้รับผิดชอบใช้ค่าทดแทน
ข้อตกลงเรื่องผู้ใดผิดสัญญาไม่ยอมสมรส ผู้นั้นจะต้องจ่ายค่าทดแทนเป็นค่าเสียหายจึงไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นเสียทีเดียว ต้องดูเบื้องหลังของชีวิตเป็นเรื่องๆ ไป กรณีผิดสัญญาหมั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่าและหากเกิดขึ้นแล้วย่อมต้องบังคับตามกฎหมาย |