ของหมั้นกับสินสอดนั้นแน่นอนย่อมเป็นของที่ฝ่ายชายให้กับฝ่ายหญิง เนื่องจากเราเป็นคนไทยซึ่งฝ่ายชายต้องไปขอฝ่ายหญิง แต่ถ้าเป็นที่อินเดียก็อาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเพราะฝ่ายหญิงต้องไปขอฝ่ายชาย ส่วนข้อแตกต่างนั้น ขอให้จำไว้ง่ายๆ ว่า ของหมั้นนั้นเป็นของที่ชายคู่หมั้นมอบไว้ให้แก่หญิงคู่หมั้นเพื่อว่าจะสมรสกัน ส่วนสินสอดนั้นเป็นของที่ฝ่ายชายคู่หมั้นมอบไว้ให้แก่พ่อ แม่ ผู้ปกครองของฝ่ายหญิง ตามพจนานุกรมฉบับเฉลิมพระเกียนติ พ.ศ. 2530 ได้ให้คำนิยามของคำว่าสินสอดว่า “ เป็นเงินที่ฝ่ายชายให้แก่บิดามารดาหญิงที่จะแต่งงานเป็นค่าน้ำนมข้าวป้อน ” ส่วนคำนิยมของคำว่า ของหมั้นนั้นได้แก่ “ ของที่มอบให้ฝ่ายหญิงเพื่อแสดงว่าจะแต่งงานด้วย ” สำหรับในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยเราก็ได้บัญญัติในเรื่องสินสอดและของหมั้นไว้ในเรื่องครอบครัวโดยมีสาระสำคัญอยู่ในมาตรา ๑๔๓๗ ว่า |
“ การหมั้นจะสมบูรณ์ต่อเมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นให้แก่หญิง เพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น เมื่อหมั้นแล้วให้ของหมั้นตกเป็นสิทธิแก่หญิง สินสอดเป็นทรัพย์สินซึ่งฝ่ายชายให้แก่บิดา มารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือผู้ปกครองฝ่ายหญิงแล้วแต่กรณี เพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรส ถ้าไม่มีการสมรสโดยมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่หญิง หรือโดยมีพฤติการณ์ซึ่งฝ่ายหญิงต้องรับผิดชอบทำให้ไม่สมควรหรือไม่อาจสมรสกับหญิงนั้น ฝ่ายชายเรียกสินสอดคืนได้ ถ้าจะต้องคืนของหมั้นหรือสินสอดตามหมวดนี้ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๑๒ ถึงมาตรา ๔๑๘ แห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับโดยอนุโลม ” |