หย่าร้างอย่างไร...ให้ใจเป็นสุข 

       ปัจจุบันการหย่าร้างเป็นปรากฏการณ์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ที่มีอยู่มากในสังคมทั้งการหย่าร้างกันอย่างเป็นทางการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และหย่าร้างในทางพฤตินัย กล่าวคือ ทั้งคู่สามีภรรยาแม้ยังมิได้จดทะเบียนหย่ากันอย่างเป็นทางการแต่แยกกันอยู่อย่างเด็ดขาด หรือบางคู่ยังอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน แต่ต่างคนต่างอยู่ไม่ค่อยปฏิสัมพันธ์ และดูแลเอาใจใส่กันเลย ก็พบอยู่ในสังคมไม่น้อย

การมีคู่ครองที่สามารถปรับตัวอยู่ด้วยกันด้วยความรักความเข้าใจเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ครอบครัวอบอุ่น แต่คู่ครองบางคู่ไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ พยายามเท่าไรแล้วก็ยังไม่ดีขึ้นจึงตัดสินใจหย่าร้างกัน บทความที่เขียนในครั้งนี้ไม่ได้ประเมินว่าการหย่าร้างเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี เหมาะสม หรือไม่เหมาะสม เพราะเหตุปัจจัยของการครองคู่หรือการหย่าร้างนั้นมีมากมาย รศ.ว่าที่รอ.นพ.ไพรัตน์  พฤษชาติคุณากร จิตแพทย์ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ให้สัมภาษณ์ว่า การหย่าร้างมักมีสาเหตุหลายประการ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว ปัญหาด้านบุคลิกภาพของคู่ครอง การทำร้ายซึ่งกันและกัน  ปัญหาเรื่องเพศไม่สมดุลกัน ปัญหาจากสิ่งเสพติด เช่น สามีดื่มสุราจัด ปัญหาการพนัน ปัญหาการปรับตัวเข้ากันไม่ได้กับญาติของคู่ครอง บา งรายก็มีปัญหาหลายอย่างผสมผสานกัน แต่ไม่ว่าท่านจะหย่าร้างกันด้วยสาเหตุใดก็ตามขอฝากข้อคิดแก่คู่ครองที่   หย่าร้างกันไว้ ดังต่อไปนี้

1. รักษาความเป็นเพื่อน 

เมื่อตัดสินใจหย่าร้างกันแล้วทั้งสองฝ่ายควรพยายามมองข้อดีของกัน         และกันให้ได้ว่าแต่ละฝ่ายยังมีคุณงามความดีอะไรบ้างที่จะสามารถดำรงความเป็นกัลยา-ณมิตรต่อกันได้ อาจทำได้ยากในช่วงแรก  แต่เมื่อพยายามมองด้านดีเรื่อยๆ จะสามารถทำได้ในที่สุด เพราะเมื่อดำรงความเป็นเพื่อนต่อกันได้ก็อาจสามารถจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ตามอัตภาพ หรือเอื้ออำนวยต่อการร่วมดูแลลูกสำหรับคู่หย่าร้างที่มีบุตรด้วยกัน

2. ลูกไม่ใช่ลูกบอล 

             กล่าวคือ คู่หย่าร้างที่มีบุตรด้วยกันจำนวนไม่น้อยเมื่อหย่าร้างกันแล้ว มักจะแย่งลูกกัน ทั้งการฟ้องร้อง กีดกัน กักกันเหมือนเด็กเป็นฟุตบอล ความรู้สึกของลูก ส่วนใหญ่ต้องการอยู่กันพร้อมหน้าทั้งพ่อแม่ลูก เมื่อมีการแย่งชิงกันเกิดขึ้นด้วยวิธีการใด ก็แล้วแต่มักจะทำให้ลูกรู้สึกร้าวรานใจกับการแย่งชิง
ดังนั้น ทางที่ดี ทั้งพ่อและแม่ควรทำให้ลูกรู้สึกว่าพ่อและแม่ยังรักและห่วงใย ลูกสามารถจะไปมาหาสู่ หรืออยู่กับพ่อหรือแม่เมื่อไหร่ก็ได้แม้ชีวิตส่วนใหญ่ลูกอาจต้องอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม โปรดอย่าลืมว่าลูกไม่ใช่ลูกบอลที่ทั้งพ่อและแม่ต่างคนต่างโยน หรือแย่งกันอุตลุดเพื่อเป็นเครื่องมือในเกมหย่าร้างของคุณ

3. ลูกของเรา ไม่ใช่ลูกฉันลูกเธอ

              คู่หย่าร้างบางคู่มักใช้ลูกเป็นเครื่องมือต่อรองหรือแบ่งลูกกันเลี้ยง              เช่น มีลูก 2 คน คนโตอยู่กับพ่อ คนเล็กอยู่กับแม่ ทั้งๆ ที่ลูกไม่พึงพอใจและไม่สบายใจเลย ไม่ควรให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะลูกไม่ใช่ขนมเค้กที่จะตัดแบ่งกันโดยไร้ความรู้สึก
ทางออกที่เหมาะสมที่ดีที่สุดก็คือให้ลูกได้มีโอกาสอยู่ด้วยทั้งพ่อและแม่นั่นแหละ อยากอยู่กับใครก็อยู่ได้สบายใจ ไม่ว่าจะอยู่กับพ่อหรือแม่ก็ทำให้ลูกรู้สึกว่า    เขายังได้รับความรักความอบอุ่นจากทั้งพ่อ และแม่เช่นเคย เพราะการหย่าร้างเป็นคู่กรณีของคู่สามีภรรยา ไม่ใช่อย่าร้างจากความเป็นพ่อแม่ลูก

4. ลูกไม่ใช่เครื่องมือสื่อสารความเลวร้ายของพ่อแม่

              คู่หย่าร้างบางคู่เมื่อหย่าร้างกันแล้วมักใช้ลูกเป็นเครื่องมือสื่อสารความเลวร้าย ของทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ เมื่ออยู่กับพ่อ พ่อก็จะพูดถึงความเลวร้ายของแม่ให้ลูกฟัง เมื่อลูกอยู่กับแม่ แม่ก็พูดแต่ความเลวร้าย ของพ่อให้ลูกฟัง ต่างคนต่างพูดเอาความดีใส่ตัวเองหวังจะให้ลูกรักและชื่นชม แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือลูกจะไม่ชื่นชมทั้งพ่อและแม่นั่นแหละ เพราะฟังแต่เรื่องเลวๆ ของทั้งสองฝ่าย อาจส่งผลให้ลูกไม่อยากอยู่ด้วยทั้งพ่อและแม่เลยก็ได้ และอาจทำให้เกิดปัญหาอย่างอื่นตามมาอีกมาก ดังนั้นเมื่อหย่าร้างกัน ทั้งพ่อและแม่ควรพูดถึงแต่ความดีของแต่ละฝ่ายให้ลูกฟังเพราะเด็กทุกคน ต้องการรู้เห็นพ่อแม่ในเรื่องที่ดีและชื่นชมเสมอ

 

5. โอกาสสำคัญของลูกควรกลับมาร่วมกิจกรรม 

             ลูกเปรียบเสมือนกาวใจของพ่อแม่และลูก ปกติทุกคนรักทั้งพ่อและแม่ ต้องการเห็นทั้งพ่อและแม่อยู่ด้วยในโอกาสสำคัญของเขา เช่น วันคล้ายวันเกิด วันสำเร็จการศึกษา วันบวช วันแต่งงานหรืออื่นๆ อีกมากมาย เพราะโอกาสสำคัญที่แต่ละ        ครอบครัวให้ความหมายและความสำคัญนั้นต่างกัน การมาร่วมงานในโอกาสสำคัญของลูกนอกจากจะช่วยให้ลูกมีความภูมิใจแล้วยังแสดงถึงความมีสัมมาทิษฐิที่มีอยู่ในหัวใจของคู่หย่าร้างที่เป็นพ่อแม่ทั้งคู่ได้เป็นอย่างด


6. เรื่องของเงินทอง
               

              การหย่าร้างทำให้ต้องพึ่งตนเองมากขึ้น จึงควรวางแผนเรื่องรายรับ รายจ่าย และที่อยู่อาศัยใหม่ให้กับตนเองให้ดีก่อนตัดสินใจหย่า แต่บางคู่ไม่สามารถตกลงกันเรื่องค่าใช้จ่าย ควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้ เช่น ทนาย เพื่อประนีประนอมหรือหาทางออกที่เหมาะสม

7. การปรับใจหรือทำใจ 

             การหย่าร้างทำให้รู้สึกสูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเอง บางครั้งเหงา         และเศร้า ความรู้สึกที่ไม่ดีเหล่านี้ จะบ่อนทำลายจิตใจให้อ่อนแอ จึงควรพยายามสร้างกำลังใจให้กับตนเอง คิดว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงหรือหนักหนา ปลุกใจตนเองให้สู้ชีวิต พยายามหางานทำ อย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่ว่างๆ เพราะจะทำให้คิดฟุ้งซ่าน  นอกจากนี้ควรหาเพื่อนหรือหาญาติสนิทพูดคุยปรับทุกข์บ้าง ก็จะช่วยให้สบายใจขึ้น

8. ความสนใจของญาติพี่น้องเพื่อนฝูง

             ผู้คนเหล่านี้มักจะซอกแซกถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทำให้เกิดความรำคาญใจ และอึดอัดใจไม่น้อย ทางออกที่ดีคือ ควรเตรียมคำตอบสั้นๆ ง่ายๆ ไม่กล่าวโทษใคร ผู้ฟังจะได้ไม่ต้องซักไซ้ไล่เลียง วิธีการนี้จะช่วยให้อยู่ในสังคมได้สบายใจยิ่งขึ้น

9. การครองตัว

              สำหรับผู้หญิงที่หย่าร้างอาจมีผู้ชายเข้ามาเกาะแกะลองดี เพราะคิดว่ามีครอบครัวแล้วคงจะทำความสนิทสนมด้วยง่าย จึงควรระมัดระวังในเรื่องนี้ และการวางตัวให้เหมาะสมด้วย ไม่ควรตัดสินใจอย่างรีบด่วน ในการที่จะคบคนต่อไปเพียงเพื่อที่จะประชดชีวิต


ข้อเสนอแนะทั้งหมด เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบทางลบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพจิตครอบครัว และการปรับตัวของทั้งคู่หย่าร้างและลูกได้ แม้เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ง่ายนักแต่ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเป็นหลักการสำคัญเบื้องต้นที่จะทำให้ชีวิตหย่าร้างเป็นสุขได้

   
Copyright 2005
Developed by S-One Technology Co.,Ltd.
Use of this site constitutes acceptance of our User Agreement and Privacy Policy. © All rights reserved.
The material on this site may not be reproduced, distributed, transmitted, cached or otherwise
used, except with the prior written permission.