1. รักษาความเป็นเพื่อน
เมื่อตัดสินใจหย่าร้างกันแล้วทั้งสองฝ่ายควรพยายามมองข้อดีของกัน และกันให้ได้ว่าแต่ละฝ่ายยังมีคุณงามความดีอะไรบ้างที่จะสามารถดำรงความเป็นกัลยา-ณมิตรต่อกันได้ อาจทำได้ยากในช่วงแรก แต่เมื่อพยายามมองด้านดีเรื่อยๆ จะสามารถทำได้ในที่สุด เพราะเมื่อดำรงความเป็นเพื่อนต่อกันได้ก็อาจสามารถจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ตามอัตภาพ หรือเอื้ออำนวยต่อการร่วมดูแลลูกสำหรับคู่หย่าร้างที่มีบุตรด้วยกัน
2. ลูกไม่ใช่ลูกบอล
กล่าวคือ คู่หย่าร้างที่มีบุตรด้วยกันจำนวนไม่น้อยเมื่อหย่าร้างกันแล้ว มักจะแย่งลูกกัน ทั้งการฟ้องร้อง กีดกัน กักกันเหมือนเด็กเป็นฟุตบอล ความรู้สึกของลูก ส่วนใหญ่ต้องการอยู่กันพร้อมหน้าทั้งพ่อแม่ลูก เมื่อมีการแย่งชิงกันเกิดขึ้นด้วยวิธีการใด ก็แล้วแต่มักจะทำให้ลูกรู้สึกร้าวรานใจกับการแย่งชิง
ดังนั้น ทางที่ดี ทั้งพ่อและแม่ควรทำให้ลูกรู้สึกว่าพ่อและแม่ยังรักและห่วงใย ลูกสามารถจะไปมาหาสู่ หรืออยู่กับพ่อหรือแม่เมื่อไหร่ก็ได้แม้ชีวิตส่วนใหญ่ลูกอาจต้องอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม โปรดอย่าลืมว่าลูกไม่ใช่ลูกบอลที่ทั้งพ่อและแม่ต่างคนต่างโยน หรือแย่งกันอุตลุดเพื่อเป็นเครื่องมือในเกมหย่าร้างของคุณ
3. ลูกของเรา ไม่ใช่ลูกฉันลูกเธอ
คู่หย่าร้างบางคู่มักใช้ลูกเป็นเครื่องมือต่อรองหรือแบ่งลูกกันเลี้ยง เช่น มีลูก 2 คน คนโตอยู่กับพ่อ คนเล็กอยู่กับแม่ ทั้งๆ ที่ลูกไม่พึงพอใจและไม่สบายใจเลย ไม่ควรให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะลูกไม่ใช่ขนมเค้กที่จะตัดแบ่งกันโดยไร้ความรู้สึก
ทางออกที่เหมาะสมที่ดีที่สุดก็คือให้ลูกได้มีโอกาสอยู่ด้วยทั้งพ่อและแม่นั่นแหละ อยากอยู่กับใครก็อยู่ได้สบายใจ ไม่ว่าจะอยู่กับพ่อหรือแม่ก็ทำให้ลูกรู้สึกว่า เขายังได้รับความรักความอบอุ่นจากทั้งพ่อ และแม่เช่นเคย เพราะการหย่าร้างเป็นคู่กรณีของคู่สามีภรรยา ไม่ใช่อย่าร้างจากความเป็นพ่อแม่ลูก
4. ลูกไม่ใช่เครื่องมือสื่อสารความเลวร้ายของพ่อแม่
คู่หย่าร้างบางคู่เมื่อหย่าร้างกันแล้วมักใช้ลูกเป็นเครื่องมือสื่อสารความเลวร้าย ของทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ เมื่ออยู่กับพ่อ พ่อก็จะพูดถึงความเลวร้ายของแม่ให้ลูกฟัง เมื่อลูกอยู่กับแม่ แม่ก็พูดแต่ความเลวร้าย ของพ่อให้ลูกฟัง ต่างคนต่างพูดเอาความดีใส่ตัวเองหวังจะให้ลูกรักและชื่นชม แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือลูกจะไม่ชื่นชมทั้งพ่อและแม่นั่นแหละ เพราะฟังแต่เรื่องเลวๆ ของทั้งสองฝ่าย อาจส่งผลให้ลูกไม่อยากอยู่ด้วยทั้งพ่อและแม่เลยก็ได้ และอาจทำให้เกิดปัญหาอย่างอื่นตามมาอีกมาก ดังนั้นเมื่อหย่าร้างกัน ทั้งพ่อและแม่ควรพูดถึงแต่ความดีของแต่ละฝ่ายให้ลูกฟังเพราะเด็กทุกคน ต้องการรู้เห็นพ่อแม่ในเรื่องที่ดีและชื่นชมเสมอ
|
|
5. โอกาสสำคัญของลูกควรกลับมาร่วมกิจกรรม
ลูกเปรียบเสมือนกาวใจของพ่อแม่และลูก ปกติทุกคนรักทั้งพ่อและแม่ ต้องการเห็นทั้งพ่อและแม่อยู่ด้วยในโอกาสสำคัญของเขา เช่น วันคล้ายวันเกิด วันสำเร็จการศึกษา วันบวช วันแต่งงานหรืออื่นๆ อีกมากมาย เพราะโอกาสสำคัญที่แต่ละ ครอบครัวให้ความหมายและความสำคัญนั้นต่างกัน การมาร่วมงานในโอกาสสำคัญของลูกนอกจากจะช่วยให้ลูกมีความภูมิใจแล้วยังแสดงถึงความมีสัมมาทิษฐิที่มีอยู่ในหัวใจของคู่หย่าร้างที่เป็นพ่อแม่ทั้งคู่ได้เป็นอย่างด
6. เรื่องของเงินทอง
การหย่าร้างทำให้ต้องพึ่งตนเองมากขึ้น จึงควรวางแผนเรื่องรายรับ รายจ่าย และที่อยู่อาศัยใหม่ให้กับตนเองให้ดีก่อนตัดสินใจหย่า แต่บางคู่ไม่สามารถตกลงกันเรื่องค่าใช้จ่าย ควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้ เช่น ทนาย เพื่อประนีประนอมหรือหาทางออกที่เหมาะสม
7. การปรับใจหรือทำใจ
การหย่าร้างทำให้รู้สึกสูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเอง บางครั้งเหงา และเศร้า ความรู้สึกที่ไม่ดีเหล่านี้ จะบ่อนทำลายจิตใจให้อ่อนแอ จึงควรพยายามสร้างกำลังใจให้กับตนเอง คิดว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงหรือหนักหนา ปลุกใจตนเองให้สู้ชีวิต พยายามหางานทำ อย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่ว่างๆ เพราะจะทำให้คิดฟุ้งซ่าน นอกจากนี้ควรหาเพื่อนหรือหาญาติสนิทพูดคุยปรับทุกข์บ้าง ก็จะช่วยให้สบายใจขึ้น
8. ความสนใจของญาติพี่น้องเพื่อนฝูง
ผู้คนเหล่านี้มักจะซอกแซกถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทำให้เกิดความรำคาญใจ และอึดอัดใจไม่น้อย ทางออกที่ดีคือ ควรเตรียมคำตอบสั้นๆ ง่ายๆ ไม่กล่าวโทษใคร ผู้ฟังจะได้ไม่ต้องซักไซ้ไล่เลียง วิธีการนี้จะช่วยให้อยู่ในสังคมได้สบายใจยิ่งขึ้น
9. การครองตัว
สำหรับผู้หญิงที่หย่าร้างอาจมีผู้ชายเข้ามาเกาะแกะลองดี เพราะคิดว่ามีครอบครัวแล้วคงจะทำความสนิทสนมด้วยง่าย จึงควรระมัดระวังในเรื่องนี้ และการวางตัวให้เหมาะสมด้วย ไม่ควรตัดสินใจอย่างรีบด่วน ในการที่จะคบคนต่อไปเพียงเพื่อที่จะประชดชีวิต
|